ReadyPlanet.com
dot
bulletทดลองขับ
bulletนัดหมายศูนย์บริการ
dot
รุ่นรถ
dot
bulletเชฟโรเลต โคโลราโด
bulletเชฟโรเลต แคปติว่า
bulletเชฟโรเลต เทรเบลเซอร์
bulletเชฟโรเลต ครูซ
bulletเชฟโรเลต โซนิค 4 ประตู
bulletเชฟโรเลต โซนิค 5 ประตู
dot
อุปกรณ์ตกแต่ง
dot
bulletเชฟโรเลต โคโลราโด
bulletเชฟโรเลต ออพตร้า
bulletเชฟโรเลต อาวีโอ
bulletเชฟโรเลต แคปติว่า
dot
สินค้าเชฟโรลต
dot
bulletสินค้าเชฟโรลต
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
bulletสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งเชฟโรเลต
bulletบริษัท เจอเนอรัล มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


4| | | PROMOTION CLICK!!! | | |3
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
เทรลเบลเซอร์


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ NGV

 

แก๊สธรรมชาติ จะพบในชั้นหินที่มีรูพรุนใต้พื้นผิวโลก มักจะพบอยู่บนผิวหน้าของน้ำมันดิบ
แก๊สหุงต้มหรือแก๊สปิโตรเลียมเหลว(Liqueified Petroleum Gas : LPG) เกิดขึ้นได้ 2 วิธี
1.ผลิตจากกระบวนการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ
2.ผลิตจากกระบวนการแยกแก๊สของแก๊สธรรมชาติ
แก๊ส หุงต้ม (LPG) ประกอบด้วยแก๊สโปรเพน(Propane) และแก๊สบิวเทน (Butane) เป็นส่วนประกอบหลัก และจะบรรจุในสภาพเป็นของเหลวโดยการอัดให้มีความดัน ประมาณ100 - 130 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
แก๊สธรรมชาติ ประกอบด้วย แก๊สมีเทน (Metane) เป็นส่วนใหญ่ และมีแก๊สโปรเพน บิวเทน และอีเทนผสมอยู่บ้างเล็กน้อย

คุณสมบัติพื้นฐานของแก๊สที่ควรรู้
1. ค่าความร้อน(Heating Value) หมายถึงปริมาณความร้อนที่เชื้อเพลิงที่มีมวลหนึ่งหน่วย และมีอุณหภูมิ 25 องศา เซลเซียส คายออกมาจากการทำปฏิกริยากับออกซิเจน และแก๊สไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ถูกทำให้กลับมามีอุณหภูมิ 25 องศา เซลเซียส ดังเดิม

2.ค่าความถ่วงจำเพาะ(Specific Gravity) แก๊สที่มีค่าความถ่วงจำเพาะมากกว่า 1.0 เป็นแก๊สที่มีความหนาแน่นมากกว่าอากาศ ซึ่งเมื่อรั่วไหลออกสู่บรรยากาศในปริมาณมาก จะไหลลงไปที่พื้นและจะลอยอยู่เรี่ยๆกับพื้น และมันจะค่อยๆกระจัดกระจายออกไปสู่บรรยากาศ อย่างช้าๆ แก๊สโปรเพนและแก๊สบิวเทน ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของแก๊สหุงต้ม มีค่าความหนาแน่นสูงกว่าอากาศ ประมาณสองเท่า ดังนั้นถ้าแก๊สหุงต้มรั่วออกสู่บรรยากาศในปริมาณมาก มันจะไหลลงสู่พื้นและจะค่อยๆกระจายออกสู่บรรยากาศ ส่วนแก๊สธรรมชาติ มีค่าความถ่วงจำเพาะต่ำกว่าอากาศ เมื่อรั่วออกมาจะลอยขึ้นสู่อากาศ จึงมีการกระจัดกระจายได้เร็วกว่าแก๊สหุงต้ม

3.ความดันไอ(Vapour Pressure) คือ ความดัน ณ จุดที่ของเหลวได้รับความร้อนกลายเป็นไอจนกระทั่งเกิดการเดือด เช่น ความดันไอของน้ำที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส มีค่าเท่ากับความดันบรรยากาศ หรือจุดเดือดของน้ำที่ความดันบรรยากาศ มีค่าเท่ากับ 100 องศาเซลเซียส
แก๊ส บิวเทนมีค่าความดันไอที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส เท่ากับ 55 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และแก๊สโปรเพนมีค่าความดันไอ เท่ากับ 177 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
แก๊สมีเทนซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของแก๊สธรรมชาติ จะมีค่าความดันไอที่สูงกว่าแก๊สโปรเพนในแก๊สหุงต้ม ประมาณ 40 เท่า ดังนั้นการนำแก๊สธรรมชาติ มาใช้งานจึงไม่เหมาะที่จะบรรจุถังเป็นของเหลว เว้นแต่จะทำให้แก๊สเย็นตัวลง จนถึงอุณหภูมิ ( -160 )องศาเซลเซียส จึงจะได้แก๊สมีเทนในสภาพของเหลวที่ความดันบรรยากาศ แต่เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำมาก ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้

4. ย่านที่สามารถติดไฟได้(Flammability) เมื่อแก๊สใดๆ ผสมกับอากาศในปริมาณที่พอเหมาะ และได้รับพลังงานจากภายนอก เช่น ความร้อน เปลวไฟ หรือการจุดระเบิด ก็จะทำให้เกิดการลุกไหม้ขึ้นได้ ย่านที่ติดไฟได้จึงหมายความว่า ย่านที่มีปริมาณเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดการเผาไหม้ได้รวดเร็ว ถ้าเชื้อเพลิงมีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าย่านนี้ก็จะไม่สามารถเกิดการเผาไหม้ ได้อย่างรวดเร็ว
แก๊สทั้งสามชนิดที่เป็นส่วนผสมของแก๊สธรรมชาติและแก๊ส หุงต้ม มีย่านที่ติดไฟได้ค่อนข้างแคบมาก ซึ่งหมายความว่า ถ้าแก๊สธรรมชาติหรือแก๊สหุงต้มรั่วออกมา จะมีโอกาสติดไฟได้น้อยมาก

5. จุดติดไฟอัตโนมัติ(Autoignition Temperature) การที่เชื้อเพลิงจะเกิดการติดไฟหรือเผาไหม้ได้ จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ เชื้อเพลิง อากาศและพลังงาน(ความร้อนหรือเปลวไฟ) แต่เมื่อเชื้อเพลิงผสมกับอากาศและมีอุณหภูมิสูงเพียงพอ ก็จะสามารถเผาไหม้ได้เองโดยไม่ต้องมีประกายไฟ อุณหภูมินี้ เรียกว่า จุดติดไฟอัตโนมัติ
จุดติดไฟอัตโนมัติของแก๊สมีเทน คือ 537 แก๊ส โปรเพนคือ 470 แก๊สบิวเทนคือ 365 องศาเซลเซียส

การใช้แก๊สธรรมชาติและแก๊สหุงต้มในยานพาหนะ
1. แก๊สหุงต้ม (LPG) ได้มีการนำมาใช้ในยานพาหนะเป็นเวลามากกว่า 20 ปี ในต่างประเทศ ดังนั้น อุปกรณ์ต่างๆ จึงมีมาตรฐานรองรับ และมีอุปกรณ์ให้เลือกใช้หลากหลาย
2. แก๊สธรรมชาติ (NGV) บริษัท ปตท. ได้นำแก๊สธรรมชาติมาอัดให้มีความดันประมาณ 3000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว บรรจุลงในถังที่ออกแบบมาเฉพาะ และนำไปติดตั้งในรถยนต์ พร้อมด้วยอุปกรณ์อื่นที่จำเป็นในการจ่ายแก๊สเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์ เรียกว่า Natural Gas for Vehicles (NGV)
ข้อควรระวังในการใช้แก๊ส NGV ที่สำคัญคือ แก๊ส NGV เป็นแก๊สที่มีความดันสูงกว่าแก๊สหุงต้ม ประมาณ 23 เท่า ดังนั้น จึงไม่สามารถนำถังแก๊สที่ใช้บรรจุแก๊สหุงต้มมาบรรจุแก๊ส NGV ได้ มิฉนั้น ถังจะระเบิดเพราะไม่สามรถรับแรงดันได้ และในการใช้งานจะต้องมีความระมัดระวังและตรวจสอบระบบอยู่เสมอ เนื่องจาก เป็นระบบที่มีความดันสูงมาก
http://societyvw.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5&start=0&postdays=0&postorder=asc&highlight=


NGV มีความปลอดภัยอย่างไร
   
   NGV เป็นก๊าซที่เบากว่าอากาศ หากมีการรั่วไหล จะลอยขึ้นสูง ฟุ้งกระจายไปในอากาศทันที ไม่ขังในที่ต่ำเหมือนเชื้อเพลิงอื่น จึงไม่ติดไฟลุกไหม้บนพื้นราบ
   
   ถัง NGV ทั้งที่สถานีฯ และในรถยนต์ได้ออกแบบให้เป็นถังมาตรฐานสากล สามารถทนแรงดันได้กว่า 4,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว 
   
   อัตราส่วนของ NGV ที่จะผสมกับอากาศแล้วติดไฟได้มีเพียง 5-15% ของอากาศ ถ้าสูงหรือต่ำกว่านี้จะไม่ติดไฟเลย 
   
   NGV มีจุดติดไฟสูงถึง 630 °C จึงยากที่จะลุกไหม้ขึ้นเองได้
   
   ก๊าซธรรมชาติช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และเพิ่มอายุการใช้งานให้กับเครื่องยนต์
   
   ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิง เนื่องจากก๊าซธรรมชาติมีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปชนิดอื่น 
   
   NGV มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมหรือไม่ 
   
   เมื่อเปรียบเทียบมลภาวะที่เกิดขึ้นระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลกับเครื่องยนต์ NGV ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ควันดำ เครื่องยนต์ NGV จะไม่มีการปล่อยควันดำให้เห็นเลย มลสารจากไอเสียของ NGV มีสารประกอบกำมะถันต่ำมาก และคาร์บอนไดออกไซด์น้อยเช่นกัน สามารถลดมลพิษจากไอเสียของยานยนต์ลงได้ถึง 50 %
   
   NGV ไม่มีสารตะกั่วเจือปน จึงหมดห่วงเรื่องสารตะกั่วตกค้างในอากาศ
   
            หลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น อิตาลี และออสเตรเลีย นิยมใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV ในรถยนต์กันอย่างแพร่หลายมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว สำหรับประเทศไทย การใช้ NGV ยังอยู่ในวงจำกัด เฉพาะกับรถยนต์โดยสารประจำทางปรับอากาศของ ขสมก. ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากประชาชนผู้ใช้บริการ อย่างกว้างขวาง
   
            ในอนาคตอันใกล้นี้ ปตท.จะขยายการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ต่อไป โดยขณะนี้ ปตท.ได้ทำการศึกษาการนำระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel) ซึ่งเป็นระบบการใช้ก๊าซธรรมชาติ ร่วมกับน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงร่วมกับ บริษัท Alternative Fuel System Inc. (AFS) จากประเทศแคนาดา โดยจะทดสอบในรถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลของ ขสมก. และบริษัท บางกอกไมโครบัส รวมทั้ง
รถขนขยะของกรุงเทพมหานคร โดยการติดตั้งอุปกรณ์ Conversion Kit ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์สามารถใช้ได้ทั้งก๊าซธรรมชาติร่วมกับน้ำมันดีเซล
ช่วย ให้ประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งลดมลพิษและฝุ่นควันจากไอเสียของเครื่องยนต์ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนต่ำและสามารถเปลี่ยนกลับมาใช้
น้ำมันดีเซลได้ ซึ่งจะทำการทดสอบเพื่อตรวจวัดมวลไอเสีย และสมรรถนะเครื่องยนต์ของรถดัดแปลง ณ ห้องทดลองของกรมการขนส่งทางบก 
   
            นอกจากนี้ ปตท.ยังได้เจรจากับบริษัท Lovato Autogas ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นผู้ดัดแปลงรถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติระบบ BI-Fuel ให้กับ
เป โตรนาสในประเทศมาเลเซียในการนำรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติระบบ BI-Fuel ซึ่งเป็นระบบที่เครื่องยนต์สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้ง 2 ชนิด คือ ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันเบนซิน โดยบริษัทฯ จะมาทำการสาธิตและทดสอบกับรถยนต์ของ ปตท. ทั้งนี้ เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ รวมทั้งจะขยายการใช้ก๊าซธรรมชาติไปยังภาคขนส่งต่อไป
   
            ความนิยมใช้ NGV ในประเทศต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันมีรถยนต์ใช้ก๊าซ NGV กว่า 1 ล้านคันทั่วโลก และพบว่ามีสถิติความปลอดภัยสูง แนวโน้มความนิยมดังกล่าว ประกอบกับความจำเป็นไปในการแก้ไขปัญหามลภาวะในอากาศ จึงเป็นที่คาดหวังว่าการใช้ NGV ในรถโดยสารของ ขสมก. ทั้ง 82 คัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสีขาวของอากาศบริสุทธิ์และเป็นการเปิดศักราช ใหม่ไปสู่การใช้ NGV ในภาคการขนส่งอื่นๆ ต่อไปในอนาคตอันใกล้
 
 



บทความที่น่าสนใจ(ทั้งหมด)

วิธีการล้างรถ และเคลือบสี ด้วยตนเอง article
108 วิธีโจรกรรม รถยนต์ ที่คุณต้องรู้!!! article
ทำประกันรถยนต์ดีอย่างไร? article
เรื่องน่ารู้ Finance รถยนต์ article
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับป้ายทะเบียน(รถยนต์) article
เรื่องน่ารู้เมื่อต้องพารถไปติดฟิล์มกรองแสง article
การพ่วงแบต article
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ E20 article
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาง



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2013 All Rights Reserved.

บริษัท รุ่งเจริญออโต้ จำกัด.
ที่อยู่ :  เลขที่ 3456 หมู่ 6 ถนน: เทพารักษ์ ตำบล :  เทพารักษ์ อำเภอ : เมืองสมุทรปราการ
จังหวัด :สมุทรปราการ     รหัสไปรษณีย์ : 10270
เบอร์โทร :  0-2755-7799     อีเมล : mawin_sure@yahoo.com
เว็บไซต์ : www.chevy4u.com